Design Thinking กับการสร้างธุรกิจ Startup ต่างกันอย่างไร ไขข้อสงสัยก่อนลงมือทำ
Student blog — 16/07/2026
- Empathize: เข้าใจปัญหาและความต้องการของผู้คนหรือกลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง
- Define: ระบุและตีกรอบปัญหาที่แท้จริงให้ชัดเจน
- Ideate: ระดมสมองเพื่อหาไอเดียและแนวทางแก้ไขใหม่ๆ อย่างไร้ขีดจำกัด
- Prototype: สร้างแบบจำลองหรือต้นแบบของไอเดียที่จับต้องได้
- Test: นำไปทดสอบกับผู้ใช้งานจริงเพื่อรับฟีดแบ็กและนำมาพัฒนาต่อให้สมบูรณ์
- Growth: เน้นการเติบโตแบบก้าวกระโดด ไม่ใช่แค่ค่อยๆ เติบโตแบบธุรกิจ SME ทั่วไป
- Innovation: มักใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม หรือแพลตฟอร์มใหม่ๆ เข้ามาช่วยแก้ปัญหา
- Scalability: สามารถขยายฐานลูกค้าหรือขยายไปต่างประเทศได้โดยที่ต้นทุนไม่ได้เพิ่มขึ้นตามเป็นเงาตามตัว
Startup คือ “พาหนะ” ที่ช่วยเปลี่ยนโปรดักส์หรือโซลูชันนั้น ให้กลายเป็นโมเดลธุรกิจที่เติบโตและทำกำไรได้จริง คุณไม่สามารถสร้าง Startup ที่ประสบความสำเร็จได้หากขาด Design Thinking เพราะคุณอาจจะสูญเสียเงินทุนมหาศาลไปกับการสร้างสิ่งที่ไม่มีใครต้องการ (No Market Need) ในทางกลับกัน หากคุณมีแค่ไอเดียจากการทำ Design Thinking แต่ไม่มีกระบวนการสร้างและบริหารธุรกิจแบบ Startup ไอเดียเหล่านั้นก็จะเป็นเพียงแค่โปรเจกต์ในกระดาษที่ไม่ได้สร้างผลกระทบใดๆ ต่อสังคม
พร้อมที่จะเริ่มต้นเส้นทางเจ้าของธุรกิจของคุณหรือยัง? ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครเรียนได้แล้ววันนี้ที่ คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แล้วมาเปลี่ยนความฝันให้เป็นธุรกิจที่เติบโตไปด้วยกัน!
ผู้เขียน: นายอานันท์ ภูจันหา เจ้าหน้าที่ประสานงานประชาสัมพันธ์
คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย